ระบบการค้าที่เป็นธรรม

โครงการกาแฟเกษตรอินทรีย์รักษาป่า “มีวนา” ยังให้ความสำคัญและปฏิบัติต่อเกษตรกรภายใต้หลักการของระบบการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade) โดยสนับสนุนการซื้อขายกาแฟจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตที่ดีมีคุณภาพ รวมทั้งยังจัดสรรเงินเพิ่มในรูปของเงิน Fair Trade Premium คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และเพิ่มราคารับซื้อกับเกษตรกรที่ผลิตและขายเมล็ดกาแฟออร์แกนิคตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตที่ดีมีคุณภาพ เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

วิสัยทัศน์  

“เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจกาแฟอินทรีย์รักษาป่าที่มีคุณภาพ และสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

พันธกิจ

  1. ส่งเสริมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้และทรัพยากรที่จำเป็นในการปลูกกาแฟในระบบเกษตรอินทรีย์ ที่ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ
  2. พัฒนากระบวนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้มาซึ่งกาแฟคุณภาพสูง
  3. ยกระดับความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยและชุมชนในพื้นที่ ตามหลักการของการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade)
  4. บริหารจัดการวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการสร้างผลกระทบในเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  5. ส่งเสริมให้เกิด “พันธมิตรที่จะร่วมสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างเป็นธรรม (Fair Share) และยั่งยืน (Sustainability)” จากความร่วมมือของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  6. พัฒนาสินค้าและธุรกิจที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมในการบริโภคกาแฟอินทรีย์รักษาป่า/การค้าที่เป็นธรรม ให้เป็นที่รู้จักและต้องการของตลาดในวงกว้าง

แนวคิด
– หุ้นส่วนทางการค้า (ของผู้ผลิต-ผู้ขาย) ที่โปร่งใส เคารพ และเท่าเทียม [ราคา เงื่อนไขทางการค้า การจ่ายเงิล่วงหน้า]
– ปกป้อง ช่วยเหลือ สนับสนุน ผู้ผลิต/ลูกจ้าง [สิทธิเสรีภาพ เสมอภาค-ไม่เลือกปฏิบัติ พัฒนาความสามารถ]
– รณรงค์สาธารณะ ผู้บริโภค/นโยบาย [ให้ความรู้ มีส่วนร่วม เปลี่ยนแปลงนโยบาย

ความหมาย

หุ้นส่วนทางการค้า ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพูดคุยแลกเปลี่ยน ความโปร่งใส และการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างให้เกิดความเสมอภาคทางการค้าระหว่างประเทศ

แฟร์เทรดช่วยสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการทำให้เกิดเงื่อนไขทางการค้าที่ดีขึ้น และช่วยปกป้องสิทธิของผู้ผลิตและลูกจ้างที่ด้อยโอกาส โดยเฉพาะผู้ผลิตและลูกจ้างในประเทศที่กำาลังพัฒนา

องค์กรแฟร์เทรด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภค มีการดำเนินกิจกรรมในการสนับสนุนผู้ผลิต การสร้างความรับรู้ให้กับสาธารณะ และรณรงค์เพื่อให้มีการ
เปลี่ยนแปลงกฏระเบียบและวิถีปฏิบัติของระบบการค้าระหว่างประเทศทั่วไป

Fair Trade Charter
พฤษภาคม 2551

หลักการ

1. สร้างโอกาสสำาหรับผู้ผลิตที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ
2. มีความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อผลการดำาเนินธุรกิจ
3. ดำาเนินการค้าอย่างเป็นธรรม
4. ให้ราคาที่เป็นธรรม
5. ไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงงานบังคับ
6. ไม่เลือกปฎิบัติ, ให้ความเท่าเทียมทางเพศ และเสรีภาพในการรวมตัว
7. หลักประกันสภาพแวดล้อมการทำางานที่ดี
8. พัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและเจ้าหน้าที่
9. รณรงค์เผยแพร่การค้าที่เป็นธรรม
10. อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

หลักการ 1: สร้างโอกาสสำาหรับผู้ผลิตที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ
 โอกาสทางการค้า
 เกษตรกรรายย่อย (ครอบครัว), ผู้ผลิต (งานหัตถกรรม) รายย่อย, ลูกจ้างคนงาน, ผู้รับจ้างเหมาช่วงรายย่อย (เย็บผ้าที่บ้าน)
 ทำาการค้าเพื่อช่วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ-สังคมให้กับผู้ผลิต
 เป็นวัตถุประสงค์ขององค์กร
 มีแผนงานที่จะทำาให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้

หลักการ 2: มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงาน
 ทำาธุรกิจแบบโปร่งใส (รายงานกิจกรรม/การเงินประจำปี)
 สื่อสารกับผู้ผลิตอย่างโปร่งใส
 สื่อสารกับผู้ร่วมค้าอย่างโปร่งใส
 พนักงานและลูกจ้างมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (ในบางเรื่อง)

หลักการ 3: ดำเนินการค้าอย่างเป็นธรรม
 เป้าหมายองค์กร : ทำาการค้าอย่างรับผิดชอบ [ไม่ทำากำาไรสูงสุด โดยสร้างผล กระทบต่อผู้ผลิต-สิ่งแวดล้อม]
 รับผิดชอบต่อคู่ค้า [สัญญา, คุณภาพ]
 จ่ายเงินล่วงหน้าให้กับผู้ผลิต [ลงทุน, รวบรวมผลผลิต]
 โปร่งใส-เป็นธรรมเมื่อยกเลิกการสั่งซื้อ และจัดการในกรณีสินค้ามีปัญหา
 คู่ค้าระยะยาว
 แข่งขันอย่างเป็นธรรม ไม่ก๊อปปี้สินค้า
 เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม/หัตถกรรมท้องถิ่น

หลักการ 4: ให้ราคาที่เป็นธรรม
 ราคาที่ได้มีการตกลงยินยอมร่วมกันระหว่างทุกฝ่าย ผ่านการพูดคุยปรึกษาและการมีส่วนร่วม [กลไกการกำาหนดราคาที่โปร่งใส-มีส่วนร่วม]
 พัฒนาผู้ผลิตให้สามารถมีส่วนร่วมในการกำาหนดราคาที่เป็นธรรมได้
 จ่ายค่าตอบแทนลูกจ้างในอัตราที่เป็นธรรม และเท่าเทียม

หลักการ 5: ไม่มีแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
 มีนโยบายและการปฏิบัติ ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของอนุสัญญาสหประชาชาติและกฎหมายของประเทศ
 เด็กช่วยงาน/เรียนรู้งานในครอบครัวได้ แต่ต้องไม่เป็นผลเสียต่อเด็ก

หลักการ 6: ไม่เลือกปฎิบัติ, ความเท่าเทียมทางเพศ, เสรีภาพในการรวมตัว
 มีนโยบายไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ผลิตและลูกจ้างเพราะความแตกต่างด้านอายุ เพศ ศาสนา ความพิการ การเมือง ฯลฯ
 สนับสนุนผู้หญิงให้มีความเท่าเทียม
 เสรีภาพในการรวมตัวและเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน

หลักการ 7: หลักประกันสภาพแวดล้อมการทำางานที่ดี
 สุขอนามัยและความปลอดภัยในการทำางาน
 เงื่อนไขและชั่วโมงการทำางาน (รวมคนงานที่ทำางานอยู่ที่บ้านตัวเอง)

หลักการ 8: พัฒนาศักยภาพ
 ผู้ผลิต ลูกจ้าง-คนงานทั้งด้านทักษะการผลิต บริหารจัดการกลุ่ม การเข้าสู่ตลาด

หลักการ 9: เผยแพร่การค้าที่เป็นธรรม
 รณรงค์กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค
 ประชาสัมพันธ์/สื่อสารอย่างซื่อสัตย์

หลักการ 10: สิ่งแวดล้อม
 วัตถุดิบที่ยั่งยืน
 เทคนิคการผลิตที่ประหยัดพลังงาน
 จัดการขยะ
 วัสดุบรรจุรีไซเคิ้ล

ชุมชนเกษตรกร

เสริมสร้างให้เกษตรกรและชุมชนมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เกิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์และระบบการค้าที่เป็นธรรม โดยเกษตรกรสมาชิกได้รับรายได้ส่วนต่างจากราคาตลาด เพิ่มขึ้นจากการขายกาแฟมีวนามากถึง 90 ล้านบาทในตลอดระยะเวลา 10 ปี และยังได้รับเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาชุมชน ให้พึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง คำนวณจากผลผลิตกาแฟออร์แกนิคคุณภาพโดยรวมทั้งปี รวมถึงสุขภาพของเกษตรกรที่ดีขึ้น เพราะห่างไกลจากการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม